การแต่งหน้าโดยไม่ใช้ไพรเมอร์ (primers) จะทำให้หน้าแก่เร็วจริงมั้ย

วันนี้แอดจะมาเล่าถึง #เกร็ดความรู้ที่ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ นะครับ ถึงเรื่อง #วิทยาศาสตร์ของไพรเมอร์กันนะครับ

ปกติเบสไพรเมอร์ (primers) นั้นเรามักจะใช้แต้มแต่งใบหน้าเพื่อที่จะทำให้เครื่องสำอางต่างๆติดทนบนใบหน้า ซึ่งก็เปรียบเหมือนการขึงผ้าใบ (canvas) ให้ตึงก่อนการวาดรูปกันทีเดียวเลยนะครับ

ด้วยกลไกการประสานโลชั่นที่ใช้เป็นมอยต์เจอไรเซอร์ (moisturizers) ที่บำรุงผิวในชั้นล่าง และแต่งเติมด้วยสีสันอย่างรองพื้น (foundations) และสารพัดสีสันที่แต่งบนใบหน้าเพิ่มเติมนะครับ

ซึ่งเจ้าตัวมอยต์เจอไรเซอร์นั้นมีหน้าที่ในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหน้า (ชื่อก็ตรงตัวอยู่แล้ว : Moisture = ความชื้น) อยู่แล้วล่ะ แต่มอยต์เจอไรเซอร์นั้นถูกออกแบบให้สามารถซึมลงไปในชั้นผิวหนังได้เท่านั้น ไม่สามารถที่จะกลบร่องรอยจากความตรากตรำที่ผ่านเวลามาได้ดีนัก

ในขณะที่ไพรเมอร์นั้น จะทำการสร้างชั้นขึ้นมาเคลือบผิวเพื่อถมร่องรอยลึก/ รูขุมขนบางส่วนไป ทำให้พอฉาบหน้าลงไปนั้นจะสร้างความเรียบเนียนได้เพิ่มขึ้นน่ะครับ

ปกติไพรเมอร์นั้นจะมีองค์ประกอบเป็นพวกสารไข (waxes), สารสร้างความหนืด (polymer thickeners) และซิลิโคน (silicones) ลงไป

โดยที่กลุ่มสารไข (waxes) นั้นจะเป็นตัวประสานที่แท้จริงระหว่างมอยเจอร์ไรเซอร์/ น้ำมันและเหงื่อที่อยู่บนผิวกับสารพัดเครื่องสำอางที่ต้องทาทับลงไปเพื่อการตกแต่งน่ะครับ ซึ่งตัวที่ใช้ก็ได้แก่ โฮโฮบา ออยล์ (Jojoba oil) เป็นต้น

สารในกลุ่มสารสร้างความหนืด (polymer thickeners) นั้นจะสร้างความหนืดเพื่อปรับปรุงสมบัติการไหล (Rheology modifiers) ของไพรเมอร์เพื่อให้เกลี่ยง่าย และสร้างความเรียบเนียนได้เพิ่มขึ้น

ในขณะที่ซิลิโคน (silicones) นั้นจะเพิ่มผิวสัมผัสความลื่นเรียบเนียนเพิ่มขึ้นไปอีก ทำให้เวลาเอานิ้วเกลี่ยไพรเมอร์นั้น จะทำให้เรียบกริบและสร้างความรู้สึกดีเวลาที่เราลูบบนใบหน้าก่อนแต่งหน้า รวมไปถึงช่วยยึดให้สองส่วนข้างต้นนั้นสามารถยึดเกาะกับผิวได้ดีน่ะครับ (ตัวอย่างชื่อซิลิโคนในส่วนประกอบก็ได้แก่ dimethicone, polysiloxane, cyclomethicone และ phenyl trimethicone น่ะครับ)

สาเหตุที่ซิลิโคน (มักจะเลือกใช้สารที่มีประจุบวก) สามารถช่วยทำให้ส่วนผสมนั้นยึดเกาะบนผิวหนังได้ดีนั้น เนื่องจากว่าส่วนใหญ่ทั้งสารไขและสารสร้างความหนืดนั้นเป็นสารที่มีประจุลบอ่อนๆ/หรือไม่ก็ไม่มีประจุเลย

ในขณะที่ผิวหนังนั้นจะมีสภาพเป็นประจุลบอ่อนๆ ดังนั้นการใช้ซิลิโคนที่มีประจุบวกนั้นจึงสามารถที่จะเพิ่มการยึดเกาะผิวหนังได้ดีขึ้นน่ะครับ

ดังนั้นไพรเมอร์จึงสามารถที่จะทำให้เครื่องสำอางนั้นยึดเกาะบนผิวหนังได้ดี และยังเคลือบไว้ไม่ให้น้ำมันและเหงื่อของเราแปลงสภาพเครื่องสำอางเราให้เละเป็นสังขยายามที่เจอน้ำมันและเหงื่อจากใบหน้าเราออกมารบกวนด้วย

ซึ่งช่างแต่งหน้า (makeup artists) บางคนนั้นมักจะคิดว่าถ้าแต่งหน้าโดยไม่ใช้ไพรเมอร์เหล่านี้นั้นจะทำให้ผิวเราดูแก่เร็วน่ะครับ แต่ในความเป็นจริงแล้วเครื่องสำอางในสมัยนี้ก็ผสมสารชะลอวัย (anti-ageing ingredients) กันครึกโครมแล้วล่ะ ดังนั้นหายห่วงเรื่องนี้ไปได้เลย

แต่ว่าการแต่งหน้าโดยไม่ใช้ไพร์เมอร์นั้นอาจจะทำให้เครื่องสำอางพวกรองพื้นหรือสารพัดแป้งนั้นสามารถไปอุดรูขุมขนหรือไปถมกันในร่องลึก จนเกิดเป็น #รอยประจานประวัติศาสตร์ หรือ #ร่องรอยทางโบราณคดี ที่เราเคยมีอยู่แล้วให้เด่นชัดขึ้นอย่างมาก จึงทำให้หน้าเรามีอายุเพิ่มขึ้นไปโดยปริยายต่างหากล่ะ

ดังนั้นการแต่งหน้าโดยไม่ใช้ไพรเมอร์นั้นไม่ได้ทำให้เราแก่เร็วขึ้นนะครับ แต่แค่ประจานความแก่ของผิวหน้า (ที่มีอยู่แล้ว) ให้เด่นชัดขึ้นต่างหาก แต่ถ้าคนที่มีผิวหน้าใสและดีอยู่แล้ว บางทีไพรเมอร์ก็ไม่สามารถให้ผลได้ดีขึ้นนะครับ (ก็แหงล่ะ ผิวดีอยู่แล้ว ไม่ต้องใช้ตัวช่วย)

สุดท้ายนี้แอดก็ขอขอบคุณรูปประกอบบทความจากลิงก์นี้ด้วยนะครับ

https://www.her.ie/beauty/yes-primer-works-but-only-if-you-apply-it-like-this-256636

#เราเข้าใจแล้วล่ะ
#ว่าทำไมสาวๆถึงแต่งหน้ากันนานนัก
#นี่มันสถาปัตยกรรมบนใบหน้าชัดๆ
#ทาฉาบแต้มเกลี่ยปัด
#ครบทุกกระบวนการทางศิลปะชัดๆ

28378661_1819846748053751_3319938353581385694_n.jpg

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s